hearing-aids-two

เครื่องช่วยฟังต้องเลือกแบบไหน

การที่จะเลือกอุปกรณ์หรือเครื่องช่วยได้ยินนั้นเป็นส่วนหนึ่งในการตัดสินใจหลักๆ มีอยู่ด้วยกัน 3 อย่าง เครื่องช่วยฟังที่ตอบสนองความต้องการ, สิ่งที่มองหาเมื่อซื้อเครื่องช่วยฟัง,วิธีการใช้งาน หากมีครบรับรองได้ว่าจะมีประโยชน์ต่อตัวของผู้ใช้งานอย่างสูงสุด ซึ่งเครื่องช่วยฟังไม่สามารถคืนได้ยินแบบปกติ แต่สามารถปรับปรุงการได้ยินโดยขยายเสียงช่วยให้คุณได้ยินเสียง หลักการทำงานของเครื่องช่วยฟัง เครื่องช่วยฟังใช้ชิ้นส่วนพื้นฐานที่เหมือนกัน ที่จะทำการนำเสียงจากสภาพแวดล้อมเข้าไปในหูคุณและทำให้เสียงเหล่านั้นดังขึ้น ส่วนใหญ่เป็นเครื่องช่วยฟังดิจิตอลและทั้งหมดจะใช้งานด้วยแบตเตอรี่ มีไมโครโฟนขนาดเล็กเก็บเสียงจากสภาพแวดล้อม ชิปคอมพิวเตอร์มีหน้าที่เครื่องขยายเสียงแปลงเสียงที่เข้ามาเป็นรหัสดิจิตอลทำการวิเคราะห์และปรับเสียงขึ้นอยู่กับการสูญเสียการได้ยิน พร้อมขยายสัญญาณแล้วจะถูกแปลงกลับเข้ามาในคลื่นเสียงส่งต่อให้กับหูผ่านลำโพง รูปแบบของเครื่องช่วยฟัง แบบใส่เข้าไปในหูซึ่งจะมีขนาดที่พอดีและเล็กมากเมื่อไม่สังเกตแทบจะไม่เห็นเลยว่ามีการใช้เครื่องช่วยฟังอยู่คล้ายกับหูฟังแบบ In-Ear ซึ่งมีข้อดีและข้อเสีย ง่ายต่อการจัดเก็บด้วยขนาดเท่าเหรียญ ,ใช้แบตเตอรี่ขนาดเล็ก ,อาจรับเสียงลมมากกว่าอุปกรณ์แบบอื่น   แบบคล้องหลังใบหู เป็นที่สังเกตได้ง่ายเนื่องจากอุปกรณ์อยู่ภายใน แต่จะใช้งานได้นานกว่าแบบแรกเพราะบางรุ่นอาจะมีการใส่แบตเตอรี่มาให้ถึง 2 ก้อน การจัดเก็บต้องใช้ความระมัดระวังเพราะก้านที่ใช้คล้องหูอาจจะหักทำให้ไม่สามารถใช้งานได้ต่อไป ปรับระดับเสียงให้ได้ยินมากกว่าแบบแรก คุณสมบัติเพิ่มเติม ซึ่งเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่จะทำให้ตัดสินใจได้ดียิ่งขึ้นเนื่องด้วยการใช้งานที่หลักหลายเพิ่มเข้ามาเช่น ลดเสียงรบกวน เมื่ออยู่ในสถานที่มีเสียงดังอาจจะทำให้ได้ยินเสียงอื่นที่ไม่ใช้การสนทนาแทรกเข้ามาซึ่งจะเป็นจะต้องตัดเสียงที่ไม่จำเป็นเหล่านั้นออกไปจากการได้ยิน ไมโครโฟนที่จะดีจะทำให้รู้ว่าต้นกำเนินของเสียงนั้นมากจากด้านหน้า หลัง หรือด้านข้างตัว โดยที่ปกติแล้วจะมีลักษณะการได้ยินเสียงอยู่แบบเดียว   แบตเตอรี่ที่สามารถชาร์จได้ สามารถทำให้สะดวกต่อการใช้งานได้ง่ายขึ้นโดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแบตเตอรี่อย่างสม่ำเสมอ โดยที่ส่วนใหญ่แล้วเปลี่ยนแบตเตอรี่ 1 ครั้งจะสามารถใช้งานได้ 1 – 2 วันเท่านั้น   เชื่อมต่อไร้สาย เครื่องช่วยฟังแบบไร้สายสามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อย่างบลูทูธ กับโทรศัพท์มือถือ, เครื่องเล่นเพลงและโทรทัศน์ได้โดยตรงทำให้เกิดความสะดวกในการใช้งาน   […]

continue reading
hearing-aid-motion

พัฒนาการของอุปกรณ์ช่วยฟัง

สมัยก่อนนั้นการใช้เครื่องช่วยฟังสำหรับผู้ที่บกพร่องทางการได้ยินนั้นเป็นเรื่องที่เข้าถึงได้ยาก เพราะการตลาดที่ยังไม่กว้างขวางการแข่งขันน้อยทำให้ราคาสูงต่างกับในปัจจุบันที่ถูกลงกว่าเมื่อก่อนโดยเริ่มตั้งแต่ประมาน 500 บาทขึ้นไปจนถึงหลักหมื่น พร้อมกับพัฒนารู้แบบให้เล็กกะทัดรัดแลดูสวยงามมากขึ้นรวมถึงรูปแบบของการให้พลังงานจากเดิมที่ใช้ถ่านได้เพิ่มเป็นมีชาร์จแบตเตอรี่ในตัว เป็นอย่างไรไปดูกัน โดยเครื่องรุ่นแรกจะมีลักษณะเป็นกล่องพร้อมกับช่องหูฟังขนาด 3.5 มม. สามารถใช้งานได้ทันทีเพียงใส่ถ่าน ข้อดีคือเมื่อถ่านหมดแล้วต้องทำการเปลี่ยนถ่านหากไม่มีจะไม่สามารถใช้งานได้หรือต้องมีถ่านสำรองนั้นเอง ข้อเสียคือน้ำหนักเยอะพกพาไม่สะดวกเท่าที่ควร การทำกิจกรรมต่างๆ อาจทำให้เกิดการผิดพลาดเครื่องหล่นเสียหายได้และสำหรับบางรุ่นถ่านใช้เปลี่ยนอาจจะหาได้ยากเป็นจุดสังเกตได้ง่ายเพราะอุปกรณ์มีขนาดใหญ่ สำหรับรุ่นใหม่นั้นจะสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนว่ามีขนาดเล็กลงเป็นอย่างมากอีกทั้งรูปทรงที่เข้ากับยุคสมัยได้ดี มีทั้งลักษณะแบบคล้องติดกับหูและแบบ in ear ทำให้ใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างสะดวกมากยิ่งขึ้น พลังงานยังคงมีทั้งจากแบบถ่านและแบบแบตเตอร์รี่ในตัวให้ได้เลือกใช้งาน ข้อดีคือน้ำหนักเบาพกพาได้สะดวกใช้งานได้โดยไม่เป็นจุดสังเกต ข้อเสียคือชาร์จแบตเตอรี่ในแต่ละครั้งต้องใช้เวลาพอสมควรและระยะเวลาการใช้งานอย่างน้อย 8 ชม.ต่อการชาร์จแบตเตอรี่หนึ่งครั้ง หากต้องออกนอกบ้านนานจะเป็นอุปสรรค์ต่อการใช้งาน ลักษณะของระบบเสียงที่ต่างกัน รูปแบบของเสียงที่ได้ในแต่ละอุปกรณ์ช่วยฟังเองมีส่วนในการตัดสินใจที่เลือกซื้อ โดยเสียงที่ได้จะมี 2 ลักษณะด้วยกันคือแบบ Analog และ Digital เสียงที่ได้จะมีความไกลเคียงกันแต่สิ่งที่ต่างกันคือเสียง Analog จะมีปัญหาในด้านของเสียงรบกวนคือเสียงซ่าๆ ส่วน Digital ไม่มีเสียงรบกวนเสียเท่าไหร่ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความต้องการรวมถึงงบประมานของผู้ใช้งานเองและแบบไหนสะดวกกว่าในการดำรงชีวิต

continue reading